ฝ่ายประนอมหนี้ ถือเป็นหน่วยงานที่เก่าแก่หน่วยงานหนึ่งของธนาคาร พนักงานในหน่วยงานจึงมีด้วยกันหลายรุ่น พนักงานรุ่นแรก ๆ ที่สร้างทีเด็ดให้ฉันได้จดจำ เห็นทีจะไม่พ้นพี่สุเทพ เพื่อนร่วมงานรุ่นดึกดำบรรพ์ ที่มีจุดเด่นในตัวเองอยู่หลายประการ
ประการแรกก็คือเรื่องความหล่อ ......พี่สุเทพเป็นคนที่เรียกว่าหล่อลากดินทีเดียว หน้าเรียว ตาโตและหวานซึ้ง พนักงานประนอมหนี้รุ่นดึกดำบรรพ์ไม่มีใครหล่อเกินแก
ประการที่สองคือเรื่องการเดิน.......พี่สุเทพ จะมีลีลาในการเดินไม่เหมือนคนอื่น นั่นคือแกจะเดิน 3 ก้าว กระโดด 1 ครั้ง ถ้าเปรียบเทียบกับท่วงทำนองจังหวะลีลาศ ก็น่าจะคล้ายกับ ช่า..ช่า..ช่า.. คือ ก้าว.. ก้าว.. ก้าวชิดก้าว จึงเป็นสัญญลักษณ์เฉพาะตัวที่ใครเห็นท่าเดิน ไม่ต้องมองหน้า ก็รู้ได้ว่าเป็นที่สุเทพ มีอยู่วันหนึ่ง ฉันขับรถไปหาพี่ชายที่อยู่บางกรวย บังเอิญรถติดยาว ทำให้มีโอกาสได้มองโน่นนั่นนี่ เหลือบไปเห็นผู้ชายคนหนึ่ง เดิน ๆ ๆ กระโดด อยู่ริมฟุตบาทฝั่งตรงข้าม ในใจคิดว่าในโลกใบนี้ ยังมีคนที่เดินเหมือนพี่สุเทพอีกหรือ ครั้นเพ่งมองไปอีกครั้ง ไฮ้.! พี่สุเทพนั่นเอง โอ้ ..พระเจ้า พี่สุเทพไม่เคยเดินจังหวะอื่นเลยหรือนี่...นี่ขนาดแกเกษียณไปเกินกว่า 10 ปีแล้วนะ....
ประการที่สามคือเรื่องการคิดดี.........พี่สุเทพเป็นคนที่ดีมาก ๆ คนหนึ่ง แกไม่เคยคิดร้ายกับใครเลย ไม่เคยโกรธใครเลย วันใดที่แกเสนอขออนุมัติฟ้องล้มละลายลูกหนี้ วันรุ่งขึ้นแกยังต้องทำบุญตักบาตรเพื่อขออโหสิกรรม พี่สุเทพจะดีกับทุกๆ คนอย่างเสมอต้นเสมอปลาย แต่โลกใบนี้ มักจะมีช่องว่างในทุกเรื่องอยู่เสมอ ในความดีของพี่สุเทพที่ไม่เคยคิดร้ายต่อใคร จึงกลายเป็นจุดอ่อน ที่ทำให้พี่สุเทพมักจะถูกน้อง ๆ แกล้งอยู่เสมอ
พี่สุเทพเป็นคนที่ชอบกินกล้วยย่าง อย่างเป็นชีวิตจิตใจ มีอยู่วันหนึ่งพี่สุเทพ ถือถุงใส่กล้วยย่างลูกกลม ๆ มา 3 ลูก โดยปกติแกจะกินกล้วยย่างจนหมดแล้วจึงไปเข้าห้องน้ำ แต่วันนั้น สงสัยแกจะปวดมาก จึงวางถุงกล้วยย่างไว้บนโต๊ะ แล้วไปเข้าห้องน้ำก่อน น้องผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งชอบกินกล้วยเหมือนกันแต่เป็นกล้วยทับแบน ๆ แกล้งนำถุงกล้วยทับแบน ไปวางสลับกับถุงกล้วยย่างกลมของพี่สุเทพ และนำถุงกล้วยกลมมาแอบไว้ เมื่อพี่สุเทพเดินกลับนั่งโต๊ะ และเปิดถุงกล้วย หวังจะกินให้อิ่มใจ แต่ทุกคนแทบจะหัวเราะก๊าก เมื่อเห็นพี่สุเทพ มองกล้วยทับด้วยแววตาฉงน และขมวดคิ้วด้วยความสงสัยอยู่พักใหญ่แต่ก็กินกล้วยทับไปเหมือนไม่มีอะไรแตกต่าง
นอกจากนี้ ยังมีอีก... มีอยู่วันหนึ่ง พี่สุเทพ ลุกจากเก้าอี้ไปเข้าห้องน้ำอีกนั่นแหละ น้องคนหนึ่งได้นำขี้ปลอมที่เป็นพลาสติก ไปวางไว้บนเก้าอี้ที่พี่สุเทพนั่ง พอแกกลับมาเห็นเข้า ทุกคนเห็นแววตาที่แสยะแบบสะอิดสะเอียน แล้วแกก็ดึงกระดาษทิชชู ไปวางทับก้อนขี้ปลอมก้อนนั้น ค่อย ๆ หยิบทิ้งถังขยะ แล้วแอบเอามือมาดม เมื่อเห็นว่าไม่เหม็นก็ทำงานต่อไปโดยไม่ได้โวยวายว่าใครเลยแม้แต่น้อย .........
นี่คือความดีของพี่สุเทพ ซึ่งหาได้ยากนัก ไม่ว่าจะเป็นสังคมยุคไหน เป็นความดีที่ทำให้คนต้องระลึกถึง !
ความดีของพี่สุเทพ ที่ไม่เคยกล่าวร้ายใคร จึงเป็นที่จดจำอยู่ในใจของน้อง ๆ ทุกคน และไม่มีใครลืมพี่สุเทพได้เลย.....
พี่แอนแหงๆอ่ะค่ะ ที่เอาขี้พลาสติกไปวาง ใช่มั๊ยคะพี่? 555
ตอบลบไม่ใช่จ้า เค้าเป็นคนดีนะ
ลบ